Story by  Vowpailin Chovichien. @ vowpailin.spaces.live.com

โอ เค๊ .. ตามคำเรียกร้อง มันกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากเพื่อนๆหลายคนพร้อมแล้ว สตาร์ทมาด้วยกันตั้งแต่ขั้นศูนย์จนตอนนี้เริ่มเหี่ยวเฉากันไปตามๆกันแล้ว ไอ้คนเขียนมันไม่ออกซีรี่ส์ตอนใหม่ซักที จนหญิงเค้าหนีไปแล้วเพราะรอนานเกิน กูจะทำยางงายยยย....ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้มั้ย... ไม่ได้ เอาล่ะ มากันต่อ.. (เอาไว้จีบคนถัดไปก็ได้นะจ๊ะ)
 
จากวิธีจีบสาวขั้นสาม เรา ก็ได้กล่าวไว้ย่อๆ ว่า จากขั้นนั้นเป็นขั้นที่เตรียมตัวบอกรัก แต่ก่อนคุณจะบอกรัก คุณจะต้องสำรวจก่อนว่าเธอชอบคุณจริงๆรึเปล่า ไม่งั้นนี่แห้วกระป๋องรับประทาน แต่อย่างที่บอกไปในขั้น 3 นั้นว่า ปฏิกิริยาของสาวแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนแทบไม่แสดงออก บางคนก็กระดี๊กระด๊า ...วิธีที่คุณจะรู้ก็คือการทดสอบเธอเท่านั้น โดยสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองจากการกระตุ้นต่างๆของคุณ (กลับไปอ่านขั้นสามถ้าลืม) แต่สิ่งที่จะเขียนต่อไปนี้นั้นเป็นสิ่งที่ คุณอาจเห็นไม่ได้ด้วยตาของตัวเอง -- แต่อาจสังเกตได้ โดย "คนรอบตัว" ของเธอ ...
 
ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจว่า หลายๆกรณี คุณไม่อาจรู้ด้วยตัวเองเพราะว่าเธอจะไม่แสดงออกกับคุณ ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถเก็บอาการได้ดีจนคุณไม่อยากจะเชื่อ หรือไม่เธอก็แสดงออกบ้างแล้วแต่คุณก็ยังมองโลกในแง่ร้ายต่อไป (ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรกระทำบ้าง) ผู้หญิงที่คุณกำลังจีบ..มักจะแสดงทีท่าว่าไม่สนใจคุณเท่าไหร่ แม้ว่าในใจเธอจะเต้นตุบตับๆ เป็นคุณอยู่ทุกวินาที (อี๋..แหวะ เอ่อ ผู้หญิงก็ทำตัวเลี่ยนเป็นเหมือนกันนะ)  เนื่องด้วยเธอก็มีวิธีมัดใจหนุ่มของเธอ แต่เราจะไม่สอน เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเรียน เดี๋ยวแผนเราจะแตก.. เอ๊ย ..พูดเล่น ก็กำลังสอนอยู่นี่ไง!! เอาล่ะ..คุณจำเป็นจะต้องสืบ โดยหลายครั้งคุณจะต้องพึ่งคนอื่นถ้าจำเป็น กรุณาพึ่งคนที่ไว้ใจได้ที่สุด...
 
"ผมไม่ไว้ใจใครเลย เพื่อนเธอต้องบอกเธอแน่ๆ" - ปัญหาซ้ำซากของหนุ่มโสด แล้วเค้าก็มักจะลงเอยด้วยการบอกเพื่อนสนิทของ "ตัวเอง" (ซึ่งเป็นหนุ่มโสดด้วยกันเนี่ยแหละ) ว่าชอบน้องแอน น้องแน้ต น้องกิ๊ก อย่างโง้นอย่างงี้ จะทำไงดีวะมึง ผู้ชายอ่ะ..เพื่อนคุณอ่ะ..ช่วยคุณไม่ได้ทำเพื่อนเจ้าสาวหรอกจะบอกให้
"ถ้าเพื่อนเธอบอกเธอจะเป็นอะไรมั้ย"
กรณีนี้หลายคนคิดหนัก แต่ผู้เขียนแนะนำว่า บอกก็บอกสิคุณ คุณจีบเธอมาถึงขั้นสามแล้วเนี่ย เธอรู้อยู่แล้วล่ะถ้าไม่ได้โง่จนเกินไป เธอรู้อีกจะเป็นไร เพราะคำพูดที่ออกจากปากเธอนั้น = คำพูดในใจคุณ ไม่ใช่ คำพูดจากปากคุณ  มันไม่ concrete พอ คำถามคือ..คุณจะเก็บความรักนี้ไว้ทำไม? .."เผื่อแห้ว จะได้ไม่หน้าแตก" (คำตอบ?) เชื่อหรือไม่ว่า หากรักครั้งนี้แห้ว เพื่อนเธอจะบอกเธอหรือไม่ก็ตาม คุณจะสามารถกลับเป็นเพื่อนอย่างเดิมได้เท่ากับที่คนที่อยู่ในขั้น 3 เพราะ ตั้งแต่ไปออกเดท ดูหนัง ฟังเพลง อะไรพวกนั้นสองต่อสองกันน่ะ ตั้งแต่ขั้นสาม กันน่ะ... ย้ำอีกครั้งว่า ไม่รู้ก็โง่ตายแล้วจ้า...โอเค แต่มันก็มีข้อแม้!! เป็นข้อแม้ที่สำคัญมาก ...
 
คำว่า "ไว้ใจ" (สำหรับสายสืบคนนั้น) ในที่นี้หมายความว่า มั่นใจว่าเพื่อนคนนั้นจะ support คุณ เข้าข้างคุณ เชียร์คุณ.. ไม่ใช่ยุยงส่งเสริมในทางตรงกันข้าม เค้าควรจะเป็นคนที่ "เออ พี่ x นี่เค้าก็ดีนะวาว" "เหรอๆ อืม..คิดดูก่อน" ไม่ใช่ "อย่าไปคบมันเลย ไอ้นี่มันหน้าหม้อ หูดำ อ้วนเป็นตุ่ม หน้าตาอย่างกะคางคก ใครได้เป็นสามีต้องชี้ช้ำใจไปจนตาย..." "อ่อ เหรอ ขอบคุณที่เตือน"  ไม่งั้นความซวยจะมาเยือน ล้างซวยสามปีเจ็ดปีก็ไม่หาย...
 
คงไม่ต้องสอนว่า เพื่อนที่เข้าข้างคุณนั้นดูยังไง สงสัยต้องเปิดซีรี่ส์อีกตอน ..วิธีอ่านใจมนุษย์ - -''
 
เอาล่ะ มาถึงขั้นตอนการสืบแล้ว กรุณาถ่ายทอดวิชามารไปยังสายสืบของคุณให้ดีๆ ให้สายสืบของคุณสังเกตว่า "เธอ"(เป้าหมาย) มีอาการเหล่านี้บ้างรึเปล่า..
 
ผู้หญิงก็เหมือนกับผู้ชายน่ะแหละ เวลารักใครชอบใคร ก็ย่อมอยากใกล้ชิด สนิทสนม เป็นธรรมดา สิ่งที่แตกต่างคือ ผู้หญิงทุกคนที่อินเลิฟ จะมีความรู้สึกเช่นนั้น..และเป็นเกือบตลอด เวลา.. ต่างจากผู้ชายที่ชีวิตอาจมี เพื่อน เกม เหล้า หรือเซ็กส์ มาเป็นตัวขั้นจังหวะความคิดเรื่อง รัก (หลายครั้งที่ผู้ชายแยกเซ็กส์กับความรักไม่ออก ในขณะที่ผู้หญิงจะมีความสามารถด้านนี้มากกว่า - เริ่มนอกเรื่องล่ะ แตกกระทู้เป็นบทถัดไปละกัน) เอาล่ะ!!
จะยกตัวอย่างให้ดูในบางกรณี เช่น
 
1. ในกรณีเป็นเพื่อนร่วมงาน เธอจะแอบชอบคุณได้อย่างเนียน แต่ให้เพื่อนสนิทเธอที่ทำงานสังเกตว่า เธอจะกระตือรือร้น บ้างาน หรือไม่ก็เป็นคนดีเป็นพิเศษบ้างรึเปล่า ไม่ว่าจะ
- เสนอตัวเข้าไปทำงาน
"เอ ยิ้ม มีใครช่วยทำเรื่องนั้นรึยัง ..."
อ๋อ พี่เค้าทำอยู่ไง แต่จะไปช่วยพี่เค้าอ่ะ อิอิ..
- เป็นคนดีเป็นพิเศษ
"ยิ้มๆ ปล่อยเราดูคนเดียวก็ได้ ยิ้มไปทานข้าวเถอะ"
ที่แท้ก็จะอยู่กับพี่เค้าสองต่อสอง
- กระตือรือร้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"เราโดดงานไม่ได้หรอก มันสำคัญมาก ยิ้มไปเที่ยวทะเลคนเดียวเถอะ (ไปไงวะคนเดียว)"  
ที่แท้ก็จะได้อยู่บริษัทกับพี่เค้านั่นเอง ก๊ากๆๆๆ  หรือว่า..
- ขยันผิดปกติ
"เจ้านายคะ วันนี้หนูอยู่ดึกได้ค่ะ" (เจ้านายหล่อ) "ถึง 3 ทุ่ม 5 ทุ่มก็ได้ค่ะ"
("อ่อ เหรอ งั้นเลิกงานไปทานข้าวกับผมมั้ย")
อุอุ...
 
ถ้าตั้งแต่มีหนุ่มคนใหม่ (คุณนั่นเอง) เข้ามาในบริษัท หรือไม่ก็หนุ่มคนใดในเข้ามาในชีวิตเธอ (คุณนั่นเอง) ในฐานะเพื่อนร่วมงาน แล้วเธอมีอาการเหล่านี้นั้น ก็ ฟันธง ฟันธง...
อย่างที่บอกว่า ทฤษฎีนี้เป็น relative ต้องเทียบ before and after จะฟันธงเอก เอ๊ย ฟันธงเองไม่ได้ ดังนั้นถึงได้ต้องอาศัยข้อมูลดิบบ้างสุกบ้างจากคนใกล้ชิดของ เธอ!
 
2. เธอจะอยากโทรหาคุณอยู่บ่อยๆ ยามที่คุณไม่โทรมา นี่เป็นวิธีเช็คสาวที่ดี ลองหายไปสักวันสองวันดูสิ แต่แบบแหม..โทรหาผู้ชาย ก่อนมันก็กะไรๆ ทำไงดีน้า.. สร้างเรื่องดีกว่า
-  "พี่ x คะ ถามไรหน่อยค่ะ MS Word นี่เปิดไงคะ -_-" (แกล้งโง่คอม = มุกประจำของหญิงสาวผู้ใสซื่อ)
- "พี่ x ขา นี่ๆ มีเรื่องอะไรจะเม้าท์ เมื่อวันก่อนน่ะ ตาแบงค์ไปม่อสาวด้วยแหละ" (โทรไป แค่ต้องการเม้าท์เรื่องเพื่อนสนิทของฝ่ายชาย)
- "..เอ่อ..โทษทีนะคะพี่ x แต่พี่รู้ทางไปสยาม จากจุฬาฯ มั้ยคะ หนูกลัวหลงอ่าค่ะ"
(ตัวอย่างนี่กระแดะเว่อร์ไปนิด โปรดให้อภัย คือจริงๆแล้วสาวก็คงทำอะไรประมาณนี้แต่ไม่ตรงไปตรงมาอย่างงี้อ่านะ)
 
บางทีเธออาจจะคลำโทรศัพท์ เปิดเบอร์คุณขึ้นมาดูบ่อยๆ อ่าน messege ที่คุณส่งมาซ้ำๆ หลายๆ หน... พูดง่ายๆคือ หากคนใกล้ชิดเห็นเธอมีอาการ "เล่นโทรศัพท์" บ่อยโดยที่ไม่ได้โทรจริงซักทีเนี่ย ชัวร์...เธอกำลังคิดอยู่ว่าจะเล่นมุกอย่างไร 
 
3. หาเรื่องนัดเจอ เธอจะพยายามหาเรื่องนัดเจอคุณโดยที่ทำได้อย่างแนบเนียนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขอนัดยืม CD หรือนัดกินข้าวกันเป็นกลุ่มใหญ่  แต่เธอจะถามคุณมาตรงๆรึเปล่า ก็ขึ้นกับว่าเธอเป็นคนอย่างไร ..
 
เห็นตัวอย่าง พอเก็ทแล้วใช่ป่ะ :D
 
หากเธอหลงรักคุณเข้าแล้ว จะบอกรักเมื่อไหร่ดี
 
จริงๆแล้วปฏิกิริยาตอบสนองเหล่านี้ของเธอมันก็ขึ้นกับสถานการณ์ เวลา โอกาส และคาแรกเตอร์ของผู้หญิงแต่ละคน แต่หากเมื่อคุณพบว่าท่าทีกำลังสวยแล้ว พูดง่ายๆก็คือ ทุกอย่างถึงจุด "Peak" กรุณาลงมือทันทีอย่ารอช้า ... ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะยิ่งช้า คุณอาจจะได้พร้าเล่มงานไปปอกแห้วกินก็ได้ .."อารมณ์" ของคนเรา มักเป็นสิ่งที่ไม่ได้มาพร้อมกับเหตุผล หากยิ่งให้เวลาเธอตรึกตรองหรือต้องรอนานเท่าไหร่ จุด peak นั่นก็อาจจะลดลงมาเรื่อยๆ จนความสัมพันธ์กลายเป็นแบบเพื่อนไปซะแล้ว แต่ก่อนอื่น คุณจะต้องมั่นใจว่ามัน peak จริงๆ ไม่ใช่แค่กำลังขึ้นเขาแล้วคุณก็ไปสันนิษฐานเอาเองว่าถึงยอดเขาแล้ว
 
ถามว่าเมื่อไหร่กำลังดี ไม่ใช่ว่าเริ่มสวีทกันวันนี้ พรุ่งนี้บอกรักเลย ไม่ใช่...ช่วงเวลาที่เหมาะ คือราวๆ 1-2 เดือน (ยืดหยุ่นได้) แต่ห้ามเกิน 6 เดือน (ตัวเลขนี้มาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่มี research รองรับหรอก ฮ่าๆๆๆ..)
 
วิธีการบอกรัก
ประกอบไปด้วย 2 ขั้นตอนหลักๆ
1. บอกรัก
2. ถามฝ่ายตรงข้าม
3. ขอเป็นแฟน
 
คุณอาจจะทำได้โดยการโผเข้าไปตามตรงๆ แต่คุณจะต้องมั่นใจโคตรๆ และต้อง มีลีลาพอสมควร โดยเฉพาะการไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว จะใช้ได้ผลดีกับ "เพื่อนสนิท" เช่น
 
ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน คุณหันหลังไปแล้วก็หันกลับมา..
ช: เอ่อ ขอพูดอะไรหน่อยดิ
ญ: ไร
ช: เราว่าเราชอบปิ๊กอ่ะ
ญ: ... --> เขิล+อึ้งเล็กน้อย
ช: เออ ก็บอกให้รู้ไว้เฉยๆ .. --> คล้ายๆกับเตรียมตัวชิ่ง แต่จริงๆแล้วเป็นการบังคับให้เธอรีบโต้ตอบ
ญ: เดี๋ยว ... (น่าน ได้ผลจริงๆด้วย)
ช: มีไร (ทำหน้าตาย)
ญ: เรา ..เอ่อ ... (ผู้หญิง 95% ไม่กล้าพูดคำนี้)
ช: ชอบเราป่ะ
ญ: เอ่อ ก็ ยังไม่ได้ อื่อ..อื้อ (พูดไม่ออกแล้ว หน้าแดงก่ำ )
ช: (ยิ้ม) งั้นเราลอง...คบกันดีมั้ย?
ญ: ก็เอ่อ ..
ช: แปลว่าได้ใช่ป่ะ (ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์)
ญ: นี่แหนะ!! ตาบ้า..++ มาทำเป็นรู้ดี หนอยยยย...
แล้วทั้งสองคนก็ไล่จี้เอวกัน กุ๊กกิ๊กหนุงหนิงเป็นอันจบพิธี
 
หรือในกรณีที่คุณพกความั่นใจมาไม่เต็มร้อยเท่าอย่างแรก และความสัมพันธ์ของคุณมันกระหนุงกระหนิงกันอยู่แล้ว จนไม่จำเป็นต้องเล่นมาดขรึม เพราะไม่เหมาะกับรูปแบบความสัมพันธ์ คุณก็ต้องสรรหาคำพูดหลอกล่อ เช่น..
 
ช: "เอ เฟินให้ตุ๊กตาหมีพี่คนนั้นเหรอ แอ่..."
ญ: "บ้า คิดอะไร ไม่มีไรสักหน่อย วันเกิดเค้า"
ช: "จริงอ๊ะ .. จริงอ๊ะ...เดี๋ยวพี่จะไปป่าวประกาศ"
ญ: "บ้า อย่านะพี่บี เฟินมีคนที่ชอบของตัวเองอยู่แล้ว เอ๊ย พูดเล่น อิอิ"
ช: "อ้าว จริงเหรอ ว้า..งี้พี่ก็อกหักดิ" --> หมาหยอกไก่เล็กน้อย
ญ: "ก็ไม่แน่.." --> ไก่ก็เริ่มเล่นด้วย
ช: "ไม่แน่..."
ญ: "...ไปแล้ว ต้องไปทำงานต่อ" --> พยายามตัดบท
ช: "เดี๋ยวนะ เฟินชอบผู้ชายใส่แว่นรึเปล่า" --> ต้องสวนกลับทันที!
ญ: "มั้ง..แต่ก็ไม่ได้จำเป็น ทำไมเหรอ.."
ช: "พี่ก็ชอบ..ผู้หญิงใส่แว่น" (น้องเฟินก็ใส่แว่น)
ญ: "อ่าวเหรอ ไม่เห็นเคยบอกกันเลย จะได้หาให้"
ช: "ไม่ต้องหาหรอก มีอยู่แล้วแหละ..ไม่ใกล้ไม่ไกล"
ญ: " ...(เขิล)" --> จริงแล้วเค้าก็รู้อยู่แล้วแหละ แต่แกล้งทำฟอร์ม
ช: "เฟินว่าพี่บอกรักเค้าดีมั้ย"
ญ: "ก็แล้วแต่ดิ..."
ช: "ไม่เอาอ่ะ พี่เขิล"
ญ: "เขิลทำไมล่ะ.."
ช: "ก็..พี่กลัวเค้าปฏิเสธอ่าดิ"
ญ: "กลัวทำม๊าย..เค้าก็คงชอบพี่อยู่เหมือนกันแหละ"
ช: "รู้ได้ไง"
ญ: "ก็พี่ออกจะ.. เป็นคนดี หน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้ เก่ง ฉลาด..."
ช: "ถ้าจะให้เฟินเป็นแฟนนี่เอาเลยใช่มั้ย"
ญ: "ก็..... พี่ไม่ได้ชอบเฟินหนิ" --> น่าน ฝ่าย ญ ก็ play safe แฮะ
ช: "ทำไมจะไม่ชอบล่ะ"
ญ: "ก็ เฟินไม่ได้น่ารัก" (เหอๆๆ คุณเธอนี่ ..จริงๆเลย)
ช: "เหรอ พี่ว่าเฟินน่ารักอ่ะ แล้วก็..พี่ก็..ชอบเฟินด้วย"
ญ: "ขอบจายนะ ฮือๆ เรารู้ตัวดี ไม่ต้องมาแกล้งชม" (เล่นตัวต่ออีกวุ้ย)
ช: "เฟินชอบพี่รึเปล่า" --> โหมดซีเรียสมาแล้ว
ญ: "เอ่อ ชอบแบบไหน.."
ช: "ชอบแบบที่พี่ชอบเฟินอ่ะมั้ง"
ญ: "อา .. ก็...ชอบแหละ..."
จากนั้นก็ดำเนินการขั้นสาม -เชิญชวนมาเป็นแฟนกัน ตามแบบตัวอย่างที่หนึ่งได้ต่อไป หรือว่าจะสรรหาอะไร ออกมา เช่น.. ขออนุญาตก๊อปมาหน่อยเหอะ ...."เวลาไปเจอเพื่อน จะให้แนะนำเธอว่าอะไรดี" โอ๊ย ชอบมาก ขอบอกๆ
 
นั่นก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างบทสนทนา คุณจะต้อง adapt เองให้เข้ากับสถานการณ์ โดยใช้ไหวพริบ จุดที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องเชิงบังคับเค้าให้พูดออกมาให้ได้ว่าเค้าก็ชอบคุณด้วย มิฉะนั้น ก็เท่ากับเป็นการบอกรักอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้ถามกลับ ...บอกรักอย่างเดียวไม่ได้หรอ? .. คำตอบคือ "ไม่ได้" หากคุณคิดจะเป็นแฟนกับเธอ หากคุณตัดสินใจที่จะบอกอะไรเธอแล้ว และต้องการที่จะสานต่อ จะต้องมาควบคู่กับการยินยอมของอีกฝ่าย เพราะการ "บอกรัก" ไม่ได้ทำให้ "ผู้หญิงที่ไม่รักคุณ" พูดออกมาว่า "เธอไม่ได้รัก" กรณี เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง..ที่ผู้ชายบอกรัก แล้วก็ assume เอาเองว่าผู้หญิงรับรู้ และเมื่อเธอไม่ได้พูดอะไร ยังคงไปกินข้าว ดูหนัง กับเขาเสมอ ก็แปลว่าเค้าชอบผมล่ะสินะ ...ผิด!!! ผิดมหันต์!! ผู้หญิงเกินครึ่งไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่คุณคิด ไม่ว่าจะเป็นเพราะเธอ "กั๊ก" หรือเธอต้องการจะรักษาความสัมพันธ์ฉันเพื่อนก็ตาม แต่ที่แน่ๆคือมีไม่น้อย  ..แล้วผลเป็นไง? "คาราคาซัง" ครับ คาราคาซังแล้วค่อยมาถามอีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมามันก็โอเคแหละ บางคนทิ้งไว้นาน...ระหว่างนั้นก็ทำตัวคล้ายๆ "แฟน" แต่ "ไม่ได้เป็นแฟน" มาถามอีกที ผู้หญิงก็คิดในใจ..."เอ่อ ไม่เอาดีกว่า"  เพราะ การเป็นแฟนกัน (แม้ในทางพฤตินัยอย่างเดียว) มันไม่ได้สนุกเท่ากับการจีบกันหรอก ข้อนี้หลายๆคนที่มีคู่มานานแล้วย่อมรู้ดี การใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ข้อเสียของแต่ละคนมากขึ้น โดยเฉพาะ ผู้หญิงที่เป็นฝ่ายถูกจีบ เค้าก็จะมองเห็นข้อแย่ๆ เกี่ยวกับผู้ชายที่มาจีบเค้าเพิ่มขึ้น ..โอกาสที่เค้าจะตอบตกลงหากคุณทิ้งช่วงไว้สักสามเดือน หกเดือนเนี่ย ยิ่งน้อยลง..ลดลงทุกๆ วัน  (นอกจากคุณจะดีแสนดี ไร้ที่ติ จนเธอประทับใจเหลือเกิน นั่นอีกเรื่อง)
 
แต่ที่พูดมานี้ก็ขอย้ำอีกครั้งนะว่า คุณจะต้องถึงจุด peak จริงๆ คือคุณมั่นใจว่าเธอจะชอบคุณมากๆจริงๆ ไม่ใช่แค่ยอมไปกินข้าวด้วย ดูหนังด้วยแบบในขั้นสาม  คุณต้องมั่นใจว่าเธอพร้อมที่จะเป็นแฟนแล้วล่ะ เพราะถ้าคุณสองคนยังไม่ peak เธออาจจะต้องการเวลาในการนึกทบทวนดูอีกนานๆก็ได้ กลายเป็นแห้วไปอีกซะนี่..
 
แต่ถ้าแห้วเพราะพลิกโผแบบออสการ์ปีล่าสุดล่ะ จะทำไง!!!? ถ้าเธอบอกไม่รัก .. หรือไม่พร้อม  ทั้งๆที่คุณคิดว่าพร้อมแล้วล่ะก็..... ติดตามครั้งต่อไปนะฮะ สวัสดี

Comment

Comment:

Tweet

ดีมากครับ

#1 By (118.172.200.125) on 2010-06-20 12:13